ข้ามไปเนื้อหา

สำนักนายกรัฐมนตรี (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักนายกรัฐมนตรี
Office of the Prime Minister
ตราราชสีห์คชสีห์รักษารัฐธรรมนูญ
เครื่องหมายราชการแห่งสำนักนายกรัฐมนตรี[1]

ทำเนียบรัฐบาล
ภาพรวมสำนัก
ก่อตั้ง9 ธันวาคม พ.ศ. 2476; 92 ปีก่อน (2476-12-09)
สำนักก่อนหน้า
  • กรมเลขาธิการของคณะกรรมการราษฎร[2]
  • สำนักคณะรัฐมนตรี (พ.ศ. 2497 – พ.ศ. 2502)
ประเภทกระทรวง
เขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร
สำนักงานใหญ่ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ตัดกับ ถนนนครปฐม ตัดกับ ถนนราชดำเนินนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 10300
งบประมาณต่อปี
  • 34,793,196,200 บาท
  • (ปีงบประมาณ 2569)[a]
รัฐมนตรี
ฝ่ายบริหารสำนัก
ต้นสังกัดสำนักรัฐบาลไทย
ลูกสังกัดสำนัก
เว็บไซต์เว็บไซต์สำนักนายกรัฐมนตรี
เชิงอรรถ
สำนักนายกรัฐมนตรีไม่เป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง

สำนักนายกรัฐมนตรี (อังกฤษ: Office of the Prime Minister) เป็นส่วนราชการของรัฐบาลไทย มีฐานะเป็นกระทรวง ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการบริหารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและการวางแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และราชการเกี่ยวกับการงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบุคคล กฎหมายและการพัฒนากฎหมาย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ การส่งเสริมการลงทุน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การปฏิบัติภารกิจพิเศษและราชการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ ของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือส่วนราชการที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือที่มิได้อยู่ภายในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงใดโดยเฉพาะ

ประวัติ

สำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2476 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476[4] โดยมีการจัดวางระเบียบราชการสำนักงาน และกรมภายในสำนักนายกรัฐมนตรี ไว้ 6 หน่วยงาน คือ

ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2497 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ได้มีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น สำนักคณะรัฐมนตรี ต่อมาได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารและมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งปลัดบัญชาการสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 โดยผู้ที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ พันเอก หลวงวิจิตรวาทการ[5]

การโอนย้ายมหาวิทยาลัยมาสังกัด (พ.ศ. 2502)

ในวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2502 สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทำหน้าที่ในฐานะรัฐสภาในสมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีมติเห็นชอบให้ตรากฎหมายเพื่อโอนย้ายมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งแต่เดิมเคยกระจายกันสังกัดอยู่ในหลายกระทรวง ให้ย้ายเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีแต่เพียงแห่งเดียว[6]

มหาวิทยาลัยและกระทรวงเดิมที่เคยสังกัด ได้แก่

การโอนย้ายในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการจัดตั้งสภาการศึกษาแห่งชาติขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลเล็งเห็นว่าการที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สังกัดต่างกระทรวงกันนั้น ทำให้เกิดความยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อการปกครอง ตลอดจนการควบคุมมาตรฐานการศึกษาให้ทัดเทียมกัน การรวมศูนย์อำนาจการบริหารสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมดมาไว้ที่สำนักนายกรัฐมนตรีจึงมุ่งหวังที่จะสร้างความเป็นเอกภาพ เพื่อให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการดำเนินงานทั้งในด้านวิชาการและงานธุรการ ตลอดจนเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายและการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาของชาติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องและบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสภาการศึกษาแห่งชาติอย่างแท้จริง

วันสถาปนาและสัญลักษณ์ประจำหน่วยงาน

แม้ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีจะได้รับการจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 แต่ทางหน่วยงานมิได้กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันสถาปนา โดยได้ยึดถือตามบริบททางประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ส่วนราชการของนายกรัฐมนตรีถือกำเนิดขึ้นจริงจากการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนแรกโดยคณะราษฎร ตามรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2475

ดังนั้น สำนักนายกรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 28 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว[7]

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ สีดำ เป็นสีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี[8]

หน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล

ส่วนราชการ

ขึ้นตรงต่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

องค์การมหาชน

รัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานในกํากับของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการ

อ้างอิง

  1. "ความเป็นมาเครื่องหมายราชการแห่งสำนักนายกรัฐมนตรี". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-09-10. สืบค้นเมื่อ 2020-01-30.
  2. ประวัติสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
  3. 1 2 "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา.
  4. "พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทะบวง กรม พุทธศักราช 2476" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2011-11-15. สืบค้นเมื่อ 2011-09-01.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมืองในสำนักนายกรัฐมนตรี เล่ม ๗๖ ตอน ๒๘ ง วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๒
  6. พระราชบัญญัติโอนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2502 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 76 ตอนที่ 85 ฉบับพิเศษ หน้า 9 ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2502
  7. "ความเป็นมาของสำนักนายกรัฐมนตรี". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-16. สืบค้นเมื่อ 2011-09-01.
  8. กฎสำนักนายกรัฐมนตรึ ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘.
  9. คำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๑ เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสำมัคคีปรองดอง
  10. พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๖๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๘ ตอน ๑๑ ก พิเศษ หน้า ๖ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
  11. พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
  12. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมและกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
  13. ประกาศ คสช. ดึง 'บีโอไอ' ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี
  14. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๖/๒๕๖๐ เรื่อง การจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอน ๒๖๑ ง พิเศษ หน้า ๑๖ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐
  15. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง การจัดสรรภารกิจและบุคลากรของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอน ๑๕ ง พิเศษ หน้า ๒๔ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๑
  1. เป็นงบประมาณทั้งหมดของสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่หมวด 3 หมวด 4 และ หมวด 5 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ดูเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอื่น