โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |
| โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ | |
|---|---|
King's College | |
| ที่ตั้ง | |
| ข้อมูล | |
| ชื่ออื่น | ราชวิทย์ ราชวิทยาลัย |
| ประเภท | โรงเรียนประจำชายล้วน (สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) |
| สถาปนา | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2507 |
| สี | สีฟ้า-สีทอง |
| ต้นไม้ | ต้นราชพฤกษ์ |
โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนประจำชายล้วน เดิมคือโรงเรียนราชวิทยาลัย พระราชทานกำเนิดโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนจะถูกยุบรวมเป็นวชิราวุธวิทยาลัย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และถูกฟื้นฟูใหม่อีกครั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระมหากรุณารับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ประกอบในนามของโรงเรียน และเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันนี้จึงนับเป็นวันเกิดหรือวันสถาปนาโรงเรียน ณ ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ประวัติ
[แก้]พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กระทรวงธรรมการจัดตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับอยู่ประจำขึ้นโปรดให้จัดการศึกษาแบบพับลิคสคูล (Public School) ของอังกฤษ ปรากฏตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 13 หน้า 269 ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2439 โดยมีพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ อธิบดีกรมศึกษาธิการเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการมีการศึกษาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีชื่อโรงเรียนว่า "โรงเรียนไทย-อังกฤษ สระบุรี" แต่ยังไม่ได้สร้างเพราะการคมนาคมไม่สะดวก
สมัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (2440–2446)
[แก้]พระราชทานนามว่า King’s College โปรดให้เรียกเป็นภาษาไทยว่า โรงเรียนราชวิทยาลัย สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงสำเร็จราชการแผ่นดิน ขณะนั้นเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรียนที่ตำบลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จังหวัดธนบุรี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2440 ครูใหญ่คนแรกเป็นชาวอังกฤษชื่อ มิสเตอร์ เอซิล การ์เตอร์ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ สถานที่ตั้งโรงเรียน เดิมเป็นจวนเก่าของสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในช่วงต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ต่อมาสถานที่เริ่มคับแคบทางกรรมการโรงเรียนจึงนำเรื่องกราบบังคมทูลทรงมีพระกรุณาพระราชทานที่ตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ ณ อำเภอสระปทุม จังหวัดพระนคร มีเนื้อที่ 115 ไร่ แต่โรงเรียนต้องปิดทำการสอนชั่วคราวในปี พ.ศ. 2446 เพราะเกิดโรคระบาดแพร่ไปทั่วกรุงเทพมหานคร
สมัยสายสวลี (2447–2453)
[แก้]ทรงพระกรุณาให้เปิดโรงเรียน ณ โรงเลี้ยงเด็กของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ตำบลโรงเลี้ยงเด็ก ถนนบำรุงเมืองพระนคร เป็นการชั่วคราว ส่วนโครงการก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ ที่สระปทุมก็ถูกยกเลิกเพราะเงินพระคลังข้างที่ขาด
สมัยบางขวาง (2454–2468)
[แก้]ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงยุติธรรมได้สร้างโรงเรียนกฎหมายแห่งใหม่ที่ตำบลบางขวาง จังหวัดนนทบุรี แต่ยังขาดครูและนักเรียนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤษดากร เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมจึงขอพระราชทานโรงเรียนราชวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงธรรมการให้โอนมาอยู่ในการปกครองของกระทรวงยุติธรรม โดยมีข้อกำหนดว่านักเรียนต้องเรียนภาษาลาตินและวิชากฎหมาย
โรงเรียนราชวิทยาลัยสมัยบางขวาง เปิดเรียนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2454 ครูใหญ่คนที่ 2 เป็นชาวอังกฤษชื่อ มิสเตอร์เอไตร มาร์ติน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงเสริมสร้างให้โรงเรียนราชวิทยาลัยเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง เป็นโรงเรียนเดียวในสยามที่ได้รับเกียรติให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในยุโรปได้โดยไม่ต้องสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนโรงเรียนราชวิทยาลัยมาขึ้นกับสภากรรมการโรงเรียนมหาดเล็กหลวงและทรงรับไว้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
การสิ้นสุดโรงเรียนราชวิทยาลัย
[แก้]ในปี พ.ศ. 2469 ด้วยสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเพราะผลพวงจากสงครามโลก ครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกโรงเรียนราชวิทยาลัยไปรวมกับโรงเรียนมหาดเล็กหลวง และพระราชทานนามใหม่ว่า วชิราวุธวิทยาลัยในปี 2474 คณะครูและนักเรียนเก่าราชวิทยาลัย จดทะเบียนสมาคมราชวิทยาลัยขึ้นเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนราชวิทยาลัยให้กลับคืนใหม่อีกครั้ง แต่ก็มีอุปสรรคเรื่องเงินมาตลอดในปี 2501 สมาคมราชวิทยาลัย ได้มีมติตั้งราชวิทยาลัย มูลนิธิเพื่อการศึกษาขึ้น เพื่อดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนให้สำเร็จ ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซาบซึ้งในเจตนาจึงดำเนินการมอบโรงเรียนเตรียมอุดมสามพรานให้ทั้งที่ดินและอาคาร
สมัยสามพราน (2507 ถึงปัจจุบัน)
[แก้]ล่วงมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ขั้นตอนการจัดตั้งโรงเรียนราชวิทยาลัยก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นที่ โรงเรียนเตรียมอุดมสามพราน ที่ดินแปลงในขณะนั้นมีพื้นที่ 51 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา มีตึกทำเนียบพร้อมห้องครัวหนึ่งหลัง อาคารเรียนกึ่งถาวร 8 ห้องเรียนฝาไม้ พื้นเทปูน1หลัง หอนอนบรรจุนักเรียนหอละ 105 คน 2 หลัง โรงอาหารมีเวทีใช้เป็นห้องประชุม 1 หลัง โรงเก็บเรือ 1 หลัง บ้านพักริมน้ำ 5 หลัง บ้านพักคนงาน 2 แถว พร้อมบ่อน้ำบาดาล เครื่องสูบน้ำ ซึ่งได้ใช้สถานที่ทำเนียบสามพรานหรือบ้านพักตากอากาศเดิมของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น
นักเรียนเก่ามหาดเล็กหลวง หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล (บุตรของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ซึ่งเมื่อครั้งท่านยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ได้เคยเป็นผู้ตรวจการศึกษาและคอยควบคุมดูแลโรงเรียนราชวิทยาลัย และเป็นผู้กราบบังคมทูลรายงานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น ได้ตระหนักถึงปณิธานอันแรงกล้าของชาวราชวิทย์ที่จักจัดตั้งโรงเรียนที่ตนเองรักและเทิดทูนกลับมาให้ได้ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ท่านเลือกที่จะให้สมาคมราชวิทยาลัยเข้ามาใช้พื้นแผ่นดินแห่งนี้เพื่อเป็นโรงเรียนราชวิทยาลัย ในที่สุดความปรารถนาอันแรงกล้าของบรรดาครู และนักเรียนเก่าราชวิทยาลัย ก็บรรลุจุดหมายปลายทาง โดยได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงศึกษาธิการ (หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล) และประธานกรรมการ ราชวิทยาลัยมูลนิธิเพื่อการศึกษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ได้ร่วมกันวางโครงการจัดตั้ง และดำเนินกิจการ โรงเรียนราชวิทยาลัย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายกสมาคมราชวิทยาลัย นำผู้แทนของสมาคมอันประกอบด้วย, พระยามานวราชเสวี (ปลอด วิเชียร ณ สงขลา) องคมนตรี และนายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสมาคมราชวิทยาลัย) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2505 เวลา 11.00 น. เพื่อกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอรับพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เกี่ยวกับการจัดตั้ง โรงเรียนราชวิทยาลัยขึ้นใหม่
เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระมหากรุณารับโรงเรียนไว้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กับได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ประกอบกับในนามโรงเรียน นับแต่นั้นมาโรงเรียนราชวิทยาลัย สมัยที่ 4 หรือสมัยสามพรานจึงได้ใช้นามอันเป็นมหามงคลยิ่งว่า โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย นับเป็นศุภนิมิตมิ่งมงคลอันมหัศจรรย์ โดยที่ได้ถือกำเนิด ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ แห่งสามมหาราชของชาติไทย คือ พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช พระผู้พระราชทานกำเนิด สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พระผู้ทรงเสริมสร้างและพัฒนา และสมเด็จพระภัทรมหาราช พระพระราชทานกำเนิดใหม่ นับจากนั้นอีก 2 ปี สมาคมราชวิทยาลัยก็ได้ดำเนินขั้นตอนการตั้งโรงเรียนไปตามลำดับ
- 16 มีนาคม ถึง 23 เมษายน พ.ศ. 2507 โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ เปิดรับสมัครนักเรียนเป็นครั้งแรกที่กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนสมัครเข้าเรียน 79 คน ครั้งที่ 2 รับสมัครเพิ่มเติมจนถึงวันเปิดเรียนอีก 38 คน รวมนักเรียนทั้งหมด 117 คน
- 18 มีนาคม พ.ศ. 2507 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือถึงนายสนั่น สุมิตร อธิบดีกรมวิสามัญศึกษา (บุตรของนาย เออร์เนสต์ สเปนซ์ สมิธ หนึ่งในนักฟุตบอลทีมศึกษาธิการที่ลงเล่นนัดเดียวกันในปี2443 เป็นชาวยอร์กเชียร์ (Yorkshire) ประเทศอังกฤษ อดีตนักฟุตบอลทีม Aston villa XI จบการศึกษาจากวิทยาลัยเบอร์โรโรด เข้ามารับราชการกรมศึกษาธิการในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามสกุล "สุมิตร" และตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมศึกษาธิการ ถึงแก่กรรมวันที่ 21 กรกฎาคม 2463) กำหนดให้ใช้สีประจำวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง 4 พระองค์ เป็นสีประจำบ้านของนักเรียนทั้ง 4 บ้าน
- 18 พฤษภาคม 2507 โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ เปิดทำการสอนเป็นวันแรก
โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีคณะกรรมการอำนวยการ ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ โดยมีผู้แทน กระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการ และผู้แทนราชวิทยาลัยมูลนิธิเพื่อการศึกษา เป็นรองประธานกรรมการ ดำเนินการกิจการโรงเรียน และราชวิทยาลัยมูลนิธิเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นเจ้าของโรงเรียน ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. 2497
- 1 มิถุนายน2507 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียนโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- 21 กุมภาพันธ์ 2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเรียนมัธยมศึกษา ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเข้าประจำกองลูกเสือสามัญ
- 18 สิงหาคม 2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานถ้วยรางวัลระเบียบแถวระหว่างบ้าน
- 1 ธันวาคม 2517 กระทรวงศึกษาธิการรับมอบ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ
- 13 มกราคม 2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายเกรียง กีรติกร) ได้มารับมอบโรงเรียน จาก หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ประธานองคมนตรีและประธานราชวิทยาลัยมูลนิธิเพื่อการศึกษา นับแต่นั้น โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้แปรสภาพจากโรงเรียนเอกชนมาเป็นโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกับเมื่อแรกสถาปนา
ปัจจุบันโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9 ตั้งอยู่เลขที่ 90 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม บนเนื้อที่ 66 ไร่ 176 ตารางวา อยู่เชิงสะพานโพธิ์แก้ว ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) ห่างจากกรุงเทพมหานคร ไปทางทิศตะวันตก 34 กิโลเมตร ห่างจากสวนสามพราน ประมาณ 1 กิโลเมตร เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนทุกคนต้องอยู่ประจำในหอพักของโรงเรียน ซึ่งเรียกว่าบ้าน มีทั้งหมด 4 บ้าน แต่ละบ้านมีสีประจำบ้าน ได้แก่ บ้าน 1 สีแสด บ้าน 2 สีเหลือง บ้าน 3 สีม่วง และบ้าน 4 สีแดง โดยถือเอาสีประจำ วันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง 4 พระองค์
หอพัก หรือ บ้าน
[แก้]โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหอพัก หรือที่เรียกว่า "บ้าน" เพื่อให้นักเรียนใช้เป็นที่พักอาศัยในช่วงระหว่างที่อยู่โรงเรียนสองอาทิตย์ บ้านหนึ่งจะมีนักเรียนประมาณ 300 คน แต่ละบ้านนั้นจะแบ่งกระจายนักเรียนของแต่ละชั้นเรียนให้เท่า ๆ กัน โดยมีตั้งแต่ชั้น ป.5 จนถึง ม.6 ภายในแต่ละบ้าน และแบ่งออกเป็นสองฝั่ง คือ ชั้นประถม จะอยู่ที่ตึกเด็กเล็ก ชั้นมัธยมจะอยู่ที่ตึกเด็กโต
แบ่งออกเป็น บ้าน 1 สีแสด บ้าน 2 สีเหลือง บ้าน 3 สีม่วง และบ้าน 4 สีแดง โดยถือเอาวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทั้ง 4 พระองค์ เป็นสำคัญ เรื่องการถือเอาสีวันพระประสูติมาเป็นสีประจำบ้านของนักเรียนทั้งสีบ้านนี้ มีข้อความปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในประวัติการจัดตั้งโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
การปกครองในระบบรุ่นพี่ รุ่นน้อง ตามแบบ Public School โดยจะเน้นอยู่ว่า "การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้องเคยเป็นผู้ตามที่ดีมาก่อน" ดังนั้น ก่อนที่นักเรียนแต่ละคนจะมาเป็นหัวหน้าปกครองรุ่นน้อง ก็จะเคยเป็นผู้ตามถูกปกครองโดยรุ่นพี่มาก่อน และเรียนรู้การปกครองนั้นมาปกครองรุ่นน้องถัด ๆ ไป และได้รับการคัดเลือกอย่างดีแล้วในทุก ๆ ด้านก่อนจะเป็นนักเรียนชั้นปกครองหรือ Prefect
พระบรมราชานุสาวรีย์
[แก้]| ที่ตั้ง | หน้าเสาธง โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 90 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม |
|---|---|
| ประเภท | พระบรมราชานุสาวรีย์ |
| อุทิศแด่ | พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่เป็นหัวใจ จุดหลักสำคัญ และศูนย์กลางของโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เพลงโรงเรียน
[แก้]เพลงประจำโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ เป็นเพลงที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานชื่อเพลงนี้ไว้ว่า เราเป็นข้าในหลวง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นเพลงประจำโรงเรียนราชวิทยาลัย สืบเนื่องจนเป็นโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยฯ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภ์โรงเรียนราชวิทยาลัย พระราชนิพนธ์ในระหว่างวันที่ 18-19 มกราคม พ.ศ. 2457 ซึ่งในครั้งนั้น กองนักเรียนเสือป่าราชวิทยาลัยซึ่งได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้จัดเป็นกองร้อยที่ 2 ในสังกัดกรมนักเรียนเสือป่าหลวง ในการฝึกหัดเสือป่ากองพลรักษาพระองค์ ซึ่งทรงเป็นผู้บังคับการกรมด้วยพระองค์เอง ได้โดยเสด็จไปในคราวที่ทรงนำทหาร ตำรวจ เสือป่า และนักเรียนเสือป่าหลวง เดินทางไกลไปด่านทับตะโก และในระหว่างประทับแรม ณ พลับพลาที่ประทับ ที่หลุมดินใกล้วัดสุรชายาราม ริมแม่น้ำแม่กลอง เหนือตัวจังหวัดราชบุรี เพลง มาร์ชราชวิทย์ เพลง ในรอบรั้วฟ้าทอง เพลง พฤษาราชวิทย์
รายนามผู้บริหาร
[แก้]| ลำดับ | รายนาม | ตำแหน่ง | ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|---|
| 1 | มิสเตอร์ เอ. ซีซิล การ์เตอร์ (A.Cecil Carter) | King’s college Head Master | สมัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, สายสวลี พ.ศ. 2439-2453 |
| 2 | มิสเตอร์ เอ. ไตรส์ มาร์ติน (A.Trice Martin) | King’s college Head Master | สมัยบางขวาง พ.ศ. 2453-2468 |
| 3 | พระภักดีบรมนาถ (สุดใจ สันธิโยธิน) | ผู้บังคับการ | สมัยบางขวาง พ.ศ. 2459-2461 |
| 4 | พระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน) | รักษาการผู้บังคับการ | สมัยบางขวาง พ.ศ. 2461-2461 |
| 5 | พระราชธรรมนิเทศ (เพียร ไตติลานนท์) | ผู้บังคับการ | สมัยบางขวาง พ.ศ. 2461-2468 |
| 6 | นายชื่น วัฒโน | ครูใหญ่ (คนแรก) | สมัยสามพราน พ.ศ. 2507-2508 |
| 7 | นายพิทยา ไทยวุฒิพงศ์ | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2508-2511 |
| 8 | นายเรวัตร ชื่นสำราญ | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2511-2512 |
| 9 | นายบัญชา ตุลาธร | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2512-2513 |
| 10 | ศจ.ม.ร.ว.สลับ ลดาวัลย์ | รักษาการครูใหญ่-ผู้จัดการโรงเรียน | สมัยสามพราน พ.ศ. 2513-2514 |
| 11 | นายวรรณ จันทร์เพชร | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2514-2515 |
| 12 | นายกล่อม สัจจบุตร | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2515-2516 |
| 13 | นายไชย เตชะเสน | ผู้จัดการโรงเรียน | สมัยสามพราน พ.ศ. 2515-2516 |
| 14 | นายสง่า ดีมาก | ครูใหญ่ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2516-2517 |
| 15 | หลวงศรีสารสมบัติ (วงศ์ ศรีไชยยันต์) | ผู้จัดการโรงเรียน | สมัยสามพราน พ.ศ. 2516-2517 |
| 16 | นายอนันต์ หิรัญญะชาติธาดา (หิรัญเวทย์) | ผู้จัดการโรงเรียน | สมัยสามพราน พ.ศ. 2516-2517 |
| 17 | นายวินัย พัฒนรัฐ (เชื้อสกุล) | ผู้จัดการ,ครูใหญ่,อาจารย์ใหญ่,ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2517-2534 |
| 18 | นายวิชัย เวียงสงค์ | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2535-2537 |
| 19 | นาย สุรินทร์ ต่อเนื่อง | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2537-2540 |
| 20 | นายสุวรรณ เค้าฝาย | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2540-2542 |
| 21 | นายสุทธิศักดิ์ เฟื่องเกษม | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2542-2546 |
| 22 | นายสุวัฒน์ อ้นใจกล้า | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2546-2555 |
| 23 | ดร. บัญชร จันทร์ดา | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2555-2561 |
| 24 | นายพยุง ศรันยูญาติวงศ์ | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2561-2563 |
| 25 | นายอรรฐพนธ์ ศรีโพธิ์ | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2563-2566 |
| 26 | ดร.สุกัญญา สุขสมบรณ์ | ผู้อำนวยการ | สมัยสามพราน พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน |
นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง
[แก้]- สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุล ฮาลิม มูอัซซัม ชาห์ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียลำดับที่ 5 และ 14 และสุลต่านแห่งรัฐเกอดะฮ์
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมาศาสตร์, คณบดีคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ, รองนายกรัฐมนตรี, เอกอัครราชทูตไทย, ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
- พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พระองค์แรกของประเทศไทย
- พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) ทรงดำรงตำแหน่ง องคมนตรี
- พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร แต่งตั้งให้เป็นอุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งสยามคนแรกของประเทศไทย
- พระยาเทพวิทุรพหุลศรุตาบดี (บุญช่วย วณิกกุล) ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกาคนแรกของประเทศไทย
- นายทวี บุณยเกตุ ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของประเทศไทย
- พระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธ
- ตั้ว ลพานุกรม (เภสัชกร ดร. ตั้ว ลพานุกรม) ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ, สมาชิสภาผู้แทนราษฎร, อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์คนแรกของประเทศไทย, รัฐบุรุษวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย, เป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งคณะราษฎร ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยเป็นระบอบประชาธิปไตย,ผู้ก่อตั้งคณะเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของประเทศไทย
- ดิเรก ชัยนาม ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,เคยได้รับการเสนอชื่อจากนายปรีดี พนมยงค์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ได้ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง และเคยได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาลไทย ต่อองค์การยูเนสโกให้ประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคลสำคัญแห่งโลก
- พระยาอภิบาลราชไมตรี (ต่อม บุนนาค) ดำรงตำแหน่ง อัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา, อัครราชทูต ณ กรุงไทเป, ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- พระยาศรีเสนา (ศรีเสนา สมบัติศิริ) องคมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, เอกอัครราชทูตไทยคนแรก ประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนแรก
- ประสาท สุขุม นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทไทยฟิล์ม สร้างภาพยนตร์ขึ้น 3 เรื่อง คือ ถ่านไฟเก่า แม่สื่อสาว และ วันเพ็ญ ก่อนจะขายกิจการและโรงถ่ายให้แก่กองทัพอากาศไทย ไปใน พ.ศ. 2483
- หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ดำรงตำแหน่ง ประธานองคมนตรี,ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, อดีตข้าราชการ อธิบดีกรมที่ดิน/กรมทรัพยากรธรณี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเศรษฐการ ผู้วางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การกสิกรรม และกิจการสหกรณ์ของไทย
- ฉัตรชัย เปล่งพานิช (นก) นักแสดง
- เชษฐวุฒิ วัชรคุณ (บ้วย) นักแสดง
- ศุ บุญเลี้ยง (จุ้ย) ศิลปิน นักเขียน
- รณภพ อรรคราช (เต้ย) นักร้อง/นักดนตรี GMM วง อินคา และ วูล์ฟแพ็ค
- ก้องเกียรติ โขมศิริ (โขม) นักแสดง/ผู้กำกับ/นักเขียนบท
- ตรีพล พรมสุวรรณ (ต๊อป) นักแสดง/พิธีกร/นักจัดรายการวิทยุคลื่น 103.5 FM.One
- พล.ต.ต.สมิทธิ แก้วมุกดา รอง ผบช.ตชด.
- นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตำแหน่ง ปลัดธิการกระทรวงศึกษาธิการ/เลขาธิการสมาคมราชวิทยาลัย/ผู้กำหนดวิชากระบี่กระบองไว้ในหลักสูตร จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้บรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วไป
- ธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค) นักแสดงตลก คณะชวนชื่น
- พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (ปุ้ม) ศิลปินวงตาวัน, ผู้บริหารสถาบันดนตรี Gen-X
- สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ (ร็อกกี้) นักจัดรายการวิทยุ และนักแสดง (บุตรชายของ สุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องเพลงลูกทุ่งอมตะ)
- นวพล ภูวดล (อู๋) นักแสดง
- สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ (โต้ง) นักการเมือง
- มารุต ชื่นชมบูรณ์ (อาร์ต) พิธีกร ดีเจ นักแสดง
- วิญญูชนก แก้วนอก ราชวิทย์16 นายทะเบียนสมาคมราชวิทยาลัย ผู้จัดทำหอประวัติโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ
- ภัทรพล นิธิวรพล (ต๊ะ) ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรประจำสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 บมจ.อาร์เอส